22.9.2022
กล้องส่องทางไกล กล้องโทรทรรศน์ และกล้องสำรวจ

กล้องในหัวข้อทั้ง 3 ชนิดนี้ใช้ส่องในระยะไกล ๆ ได้ทั้งหมด แล้วถ้าเราจะหยิบกล้องส่องทางไกลหรือกล้องโทรทรรศน์มาใช้แทนกล้องสำรวจล่ะ? ในบทความนี้เรามาดูว่าการใช้กล้องทั้งสามนี้แทนกล้องสำรวจจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนกัน

Summary *สรุป*

จากไกลเป็นใกล้
จากไกลเป็นใกล้

จากไกลเป็นใกล้

     ย้อนไปในศตวรรษที่ 17 ฮานส์ ลิเพอร์ซี (Hans Lippershey) ช่างประกอบแว่นชาวเนเธอร์แลนด์ได้ประดิษฐ์กล้องส่องทางไกลตัวแรกของโลกด้วยการนำเลนส์นูน 2 ชิ้น มาวางซ้อนกัน 

     ภาพที่ได้จากการมองผ่านเลนส์ทั้งสองนั้นจะถูกขยายให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อนำไปมองภาพที่อยู่ไกล ๆ หลังจากนั้นเพียง 1 ปี กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) ก็ได้ประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์เพื่อใช้ในการสำรวจอวกาศด้วยการใช้เลนส์เว้าและเลนส์นูน นับเป็นก้าวแรกของการสำรวจที่สามารถขยายขอบเขตออกไปนอกโลกได้

     ต่อมา โยฮันเนส เคปเลอร์ (Johannes Kepler) นักดาราศาสตร์ โหราศาสตร์และคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน ก็ได้ปรับกล้องโทรทรรศน์ของกาลิเลโอ โดยเปลี่ยนเลนส์ใกล้ตาจากเลนส์เว้า เป็นเลนส์นูน ทำให้ภาพที่ได้มุมมองที่กว้างมากกว่ากล้องโทรทรรศน์ของกาลิเลโอ

     แต่ภาพที่ได้จะเป็นภาพกลับหัว และกล้องระบบนี้ของโยฮันเนสก็ถูกพัฒนาและกลายเป็นกล้องโทรทรรศน์ในปัจจุบันนั่นเอง

จากกล้องโทรทรรศน์สู่กล้องสำรวจ
จากกล้องโทรทรรศน์สู่กล้องสำรวจ

จากกล้องโทรทรรศน์สู่กล้องสำรวจ

     กล้องวัดระดับ (Auto Level) นั้นถูกพัฒนามาจากกล้องส่องทางไกลของเคปเลอร์[1] ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อการสำรวจโดยเฉพาะ เมื่อมองผ่านรูกล้องแล้วจะเห็นเส้นสายใย (Stadia Diaphragms, Stadia Mark, Crosshair)

     โดยเส้นกากบาทใหญ่จะใช้สำหรับวัดระดับความสูง ณ จุดนั้น ๆ ส่วน 2 เส้นเล็กในแนวนอนจะเอาไว้คำนวณระยะทางในแนวราบระหว่างจุดตั้งกล้องและจุดตั้งไม้สต๊าฟ

ใช้กล้องโทรทรรศน์กับกล้องส่องทางไกลแทนกล้องสำรวจได้ไหมท
ใช้กล้องโทรทรรศน์กับกล้องส่องทางไกลแทนกล้องสำรวจได้ไหม

ใช้กล้องโทรทรรศน์กับกล้องส่องทางไกลแทนกล้องสำรวจได้ไหม?

     กล้องทั้ง 3 ชนิดที่กล่าวมานั้น สามารถส่องมองได้ในระยะไกล ๆ ได้ทั้งหมด โดยกล้องแต่ละชนิดจะมีกำลังขยายในช่วงที่แตกต่างกัน ยิ่งมีค่ามากเท่าไหร่ ก็จะมองได้ในระยะไกลมากขึ้นเท่านั้น

     สำหรับกล้องส่องทางไกลจะมีกำลังขยายอยู่ในช่วง 4 - 16 เท่า หมายถึงเมื่อเราอยู่ห่างจากวัตถุเป้าหมาย 120 เมตร และใช้กล้องที่มีกำลังขยาย 12 เท่า เราจะสามารถมองเห็นเป้าหมายได้เหมือนว่าเราอยู่ห่างจากเป้าหมายเพียง 10 เมตรเท่านั้น[2]

     ซึ่งความเหมาะสมของการเลือกกำลังขยายขึ้นอยู่กับว่าจะใช้สำหรับจุดประสงค์ใด ไม่ว่าจะเป็นการส่องสัตว์เพื่อศึกษาธรรมชาติหรือการล่าสัตว์ การส่องทางทะเล จนกระทั่งการใช้ในโรงละครหรือการแสดง 

     ส่วนกล้องโทรทรรศน์จะคำนวณกำลังขยายได้จากสูตร 

     กำลังขยาย (m) = ความยาวโฟกัสเลนส์ใกล้วัตถุหรือกระจกเว้า (f0) / โฟกัสเลนส์ใกล้ตา (fe) เนื่องจากกล้องโทรทรรศน์เป็นกล้องที่ใช้สำหรับสำรวจในอวกาศ จึงสามารถส่องได้ในระยะไกลจากชั้นบรรยากาศโลก ไปจนถึงดาวที่อยู่นอกระบบสุริยะจักรวาล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของกล้องและกำลังขยาย

     และกล้องสำรวจไม่ได้มีกำลังขยายระบุ แต่จะระบุเป็นระยะที่สามารถใช้ส่องและเก็บค่าแทน เช่น กล้องGM-52 (2") / GM-55 (5") 

   - วัดระยะโดยไม่ใช้เป้า ( Reflectorless ) 500 เมตร

   - วัดระยะได้ 4,000 เมตร โดยใช้เป้า 1 ดวง เป็นต้น

     นอกจากนี้แล้ว ไม่ว่ากล้องชนิดใดก็ตาม (กล้องถ่ายรูปในโทรศัพท์ก็ด้วย) หากยิ่งมีกำลังขยายสูงเท่าไหร่ จะเกิดการสั่นของภาพได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมุมมองการรับภาพมีขนาดน้อยลง ในกล้องที่มีกำลังขยายมาก ๆ ก็มักใช้ขาตั้งกล้องร่วมด้วยเพื่อให้กล้องมั่นคงไม่สั่นสะเทือน


Summary

     ดังนั้น เพื่อให้ตรงกับจุดประสงค์ของกล้องแต่ละชนิด จึงควรใช้ให้ถูกประเภท นอกจากนี้ กล้องส่องทางไกลและกล้องโทรทรรศน์นั้นไม่มีสายใย จึงไม่สามารถคำนวณระยะทางและระดับได้ ดังนั้นจึงไม่ควรเป็นอย่างยิ่งที่จะนำกล้องโทรทรรศ์และกล้องส่องทางไกลมาใช้แทนกล้องสำรวจ และกล้องสำรวจแบบไหนก็เหมาะกับท่านผู้อ่าน จิ้มกล่องแชทเพื่อสอบถาม CST ได้เลยนะ!

Subscribe to our newsletter

Stay up to date with our newest collections, latest deals and special offers! We announce new collection every three weeks so be sure to stay in touch to catch the hottest pieces for you.

Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.
Subscribe to our newsletter

Stay up to date with our newest collections, latest deals and special offers! We announce new collection every three weeks so be sure to stay in touch to catch the hottest pieces for you.

Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.