14.5.2024
ANSI, ISO, ASTM ต่างกันตรงไหน สำคัญยังไงกับงานวิศวกรรมโยธา?

ไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ สายงานไหน ๆ ก็ต้องมีมาตรฐานเพื่อกำหนดคุณภาพของงาน ในงานวิศวกรรมโยธาก็เช่นกัน มีหลากหลายมาตรฐานที่ควรจะรู้ไว้ ซึ่งบทความนี้จะพูดถึง 3 มาตรฐาน คือ ANSI, ISO และ ASTM

ความหมายของ ANSI, ISO และ ASTM

ความหมายของ ANSI, ISO และ ASTM

ANSI (American National Standards Institute) เป็นองค์กรที่มีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานสำหรับหลายสาขาอุตสาหกรรมในสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่พัฒนาและรับรองมาตรฐานที่ใช้กันในหลาย ๆ สาขาอุตสาหกรรม เพื่อให้การทำงานและการผลิตเป็นไปตามมาตรฐานที่ถูกกำหนดไว้ นอกจากนี้ ANSI ยังสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในด้านมาตรฐานและให้บริการในการศึกษาและการอบรมที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานนั้น ๆ ด้วย

ISO (International Organization for Standardization) หรือ "องค์กรมาตรฐานสากล" เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่พัฒนาและกำหนดมาตรฐานสากลสำหรับอุตสาหกรรมหลายประเภท เพื่อให้การทำงานและการผลิตเป็นไปตามมาตรฐานที่เหมือนกันทั่วโลก โดยมีสมาชิกจากหลายประเทศทั่วโลกที่มีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานและทำให้มีมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ISO 9001 สำหรับระบบบริหารคุณภาพ และ ISO 14001 สำหรับการจัดการสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ASTM (American Society for Testing and Materials) เป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานและทดสอบสำหรับวัสดุและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในหลายสาขาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนามาตรฐานที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม มีมาตรฐานที่ครอบคลุมหลายด้าน เช่น วัสดุ การทดสอบและวิศวกรรม การสำรวจและวิเคราะห์ สิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ความต่างของมาตรฐาน ANSI, ISO และ ASTM

ความต่างของมาตรฐาน ANSI, ISO และ ASTM

ANSI (American National Standards Institute):

  1. ลักษณะองค์กร: เป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานสำหรับหลายสาขาอุตสาหกรรมในสหรัฐอเมริกา
  2. มาตรฐานที่กำหนด: สำหรับหลายอุตสาหกรรมเช่น การผลิต การสื่อสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศ
  3. จุดเด่น: มักให้สมาชิกจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรสาขาอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วม

ISO (International Organization for Standardization):

  1. ลักษณะองค์กร: เป็นองค์กรนานาชาติที่กำหนดมาตรฐานสำหรับหลายประเทศทั่วโลก
  2. มาตรฐานที่กำหนด: มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับหลายด้านเช่น การจัดการคุณภาพ สุขภาพและความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการวัดและทดสอบ
  3. จุดเด่น: มีผู้เข้าร่วมจากหลายประเทศทั่วโลกและทำหน้าที่ในการส่งเสริมมาตรฐานนานาชาติ

ASTM (American Society for Testing and Materials):

  1. ลักษณะองค์กร: เป็นองค์กรที่กำหนดมาตรฐานเฉพาะสำหรับวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมในสหรัฐอเมริกา
  2. มาตรฐานที่กำหนด: มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบและวัด วัสดุ การก่อสร้าง และหลายพื้นที่ทางเทคนิค
  3. จุดเด่น: มักมีการร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ เพื่อพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
มาตรฐาน ANSI, ISO, ASTM กับงานวิศวกรรมโยธา

มาตรฐาน ANSI, ISO, ASTM กับงานวิศวกรรมโยธา

มาตรฐาน ANSI, ISO, ASTM มีความเกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมโยธาในหลายมิติ ถ้าจะให้บรรยายคงยาวเกินหน้ากระดาษ ดังนั้นขอยกตัวอย่างของแต่ละมาตรฐานเพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ 

มาตรฐาน ANSI ที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมโยธา เช่น

  1. ANSI/ASCE 7 - มาตรฐานนี้กำหนดการคำนวณน้ำหนักบรรทุกสำหรับการออกแบบสำหรับอาคารและโครงสร้างอื่น ๆ เป็นส่วนสำคัญในงานวิศวกรรมโยธาเพื่อให้โครงสร้างมีความปลอดภัยและแข็งแรงตามมาตรฐานที่กำหนด
  2. ANSI/ASCE 38 - มาตรฐานนี้เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบใต้ดิน เป็นที่นิยมในงานวิศวกรรมโยธาเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับสายท่อและสายสื่อสารใต้ดิน
  3. ANSI/AWWA C900 - มาตรฐานนี้กำหนดข้อกำหนดสำหรับท่อและข้อต่อที่ผลิตจาก PVC สำหรับระบบน้ำประปา มีความสำคัญในงานวางระบบประปา

มาตรฐาน ISO ที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมโยธา เช่น

  1. ISO 9001 - Quality Management Systems: มาตรฐานนี้กำหนดข้อกำหนดสำหรับระบบบริหารคุณภาพ เพื่อการบริหารจัดการโครงการให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด
  2. ISO 14001 - Environmental Management Systems: มาตรฐานนี้เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โครงการมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
  3. ISO 45001 - มาตรฐานนี้เกี่ยวข้องกับการจัดการด้านความปลอดภัยและสุขภาพทางการทำงาน
  4. ISO 19650 - มาตรฐานนี้เกี่ยวข้องกับการจัดการและดิจิทัลข้อมูลเกี่ยวกับอาคารและโครงงานวิศวกรรมโยธา สำหรับการทำงานที่ใช้ Building Information Modeling (BIM)

มาตรฐาน ASTM ที่เกี่ยวข้องกับงานวิศวกรรมโยธา เช่น

  1. ASTM D422 - มาตรฐานนี้ให้ขั้นตอนวิธีทดสอบความละเอียดของขนาดอนุภาคในดิน
  2. ASTM C33 - มาตรฐานนี้กำหนดข้อกำหนดสำหรับวัสดุก้อนของคอนกรีต ใช้ในการควบคุมคุณภาพของวัสดุในการผลิตคอนกรีต
  3. ASTM D6433 - มาตรฐานนี้เกี่ยวข้องกับการประเมินสภาพพื้นที่ถนนและที่จอดรถ มีความสำคัญในการวางแผนและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้น
  4. ASTM D4318 - มาตรฐานนี้ให้ขั้นตอนวิธีทดสอบปริมาณน้ำที่ดินสามารถรับได้ (Liquid Limit) ขีดจุดพลาสติก (Plastic Limit) และดัชนีความยืดหยุ่น (Plasticity Index)

Summary *สรุป*

การรู้เรื่องมาตรฐานเหล่านี้ดูเหมือนจะไกลตัว แต่จริง ๆ ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด แม้ว่ามาตรฐาน ANSI, ISO และ ASTM จะมีวัตถุประสงค์ในการใช้ต่างกัน แต่อาจจะต้องใช้งานร่วมกันเพื่อให้โครงการก่อสร้างมีมาตรฐานและได้คุณภาพ อย่างโครงการที่ผู้เขียนเคยทำงานอยู่ก็มีการตรวจ ISO 14001 ที่เกี่ยวกับคุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในโครงการ และใช้มาตรฐาน ASTM ในการใช้ทดสอบวัสดุก่อสร้าง ส่วนมาตรฐาน ANSI นิยมใช้ในอเมริกาจึงไม่ค่อยเห็นใช้ในไทยสักเท่าไร แต่อาจมีให้เห็นบ้างในการใช้ร่วมกันของ ANSI กับ ASTM นอกจากนี้ในประเทศไทยยังมีมาตรฐาน วสท. สำหรับที่ใช้ในประเทศไทยโดยเฉพาะด้วย ถ้ามีโอกาสอาจมาเขียนเรื่องนี้ให้ได้อ่านนะคะ

Subscribe to our newsletter

Stay up to date with our newest collections, latest deals and special offers! We announce new collection every three weeks so be sure to stay in touch to catch the hottest pieces for you.

Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.
Subscribe to our newsletter

Stay up to date with our newest collections, latest deals and special offers! We announce new collection every three weeks so be sure to stay in touch to catch the hottest pieces for you.

Thank you! Your submission has been received!
Oops! Something went wrong while submitting the form.